วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556


ขายสมุนไพรภูมิพนาของแท้ 100% โทร 086-9123430 ณฐอร


      
http://www.thaihbshop.com/



สมุนไพรภูมิพนาเป็นสมุนไพรไทยแท้ที่ผลิตโดยคนไทย มีสมุนไพรหลายตัวรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเป็นส่วนประกอบไม่ว่าจะเป็น กระเทียม , พริกไทย , ตะไคร้  เป็นต้น เป็นที่น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ว่าสมุนไพรไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก แถมยังมีราคาถูกสบายกระเป๋า สามารถซื้อได้ทุกเพศ ทุกวัยไม่ว่าจะเป็น นักศึกษา , พนักงาน , แม่บ้าน-พ่อบ้าน แม้แต่เจ้าของธุระกิจ บริษัท ห้างร้านต่างๆก็ยังให้ความไว้วางใจในสมุนไพรภูมิพนา เนื่องจากเป็นสมุนไพรสกัดจากธรรมชาติแท้ 100% ไม่มีสารเคมี ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทุกคนที่ได้ทดลองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถูก คุ้ม ดี  ยังมีในโลก


ลดน้ำหนักโดยไม่ต้องอดอาหาร ไม่โทรม ไม่เหี่ยว

ไม่โยโย่ แน่นอน 100%

กล้าท้าให้ลอง !! รับประกันลดจริงใน 1 เดือน







แบบซอง สูตร 1

ใครทานได้บ้าง


- ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตราตั้งแต่ 3-20 กิโล
- ผู้ที่เคยผอมมาก่อน แต่ปัจจุบันอ้วน อวบ น้ำหนักขึ้นจากเดิม
- ผู้ที่มีอาการบวมน้ำ ท้องอืดมีลม , แก๊สในกระเพาะ มีพุง เอวใหญ่
- ผู้ที่ต้องการกำจัดไขมันส่วนเกินออก
- ผู้ที่มีอาการดื้อยาลดน้ำหนัก ทานอะไรก็ไม่ลด
- ผู้ที่เคยลดน้ำหนัก แล้วกลับมา Yo-Yo ซ้ำแล้วซ้ำอีก




แบบประปุก สูตร 2
 สูตร 2 เพิ่ม L-Carnitine

ใครทานได้บ้าง

- ผู้ที่มีน้ำหนักมาก เกินมาตรา 20 กิโล ขึ้นไป
- ผู้ที่อ้วนง่าย ขนาดไม่ทานอะไรมากมายก็ยังอ้วน
- ผู้ที่มีปัญหาระบบเผาผลาญ สูญเสียระบบเผาผลาญเดิม
- ผู้ที่เหงื่อไม่ออก เหงื่อน้อย ขนาดอากาศร้อนมากก็ไม่มีเหงื่อ

- ผู้ที่มีอาการดื้อยาลดน้ำหนัก ทานอะไรก็ไม่ลด
- ผู้ที่เคยลดน้ำหนัก แล้วกลับมา Yo-Yo ซ้ำแล้วซ้ำอีก


--------------------------------------------------------------------------------------------------

เรทราคา ปลีก - ส่ง สูตร 1 


1 ซอง  250 บาท (ค่าส่ง 30 บาท)

2 ซอง  220 บาท (ส่งฟรี)

5 ซอง  200 บาท (ส่งฟรี) 


  
เรทราคา ปลีก - ส่ง สูตร 2 

  
1 กระปุก  280 บาท (ค่าส่ง 30 บาท)
2 กระปุก 250 บาท (ส่งฟรี)
5 กระปุก 220 บาท (ส่งฟรี)



 ------------------------------------------------------------------------------
                            การโอนเงิน และการแจ้งโอน 
                     
    เลขที่บัญชี  499-202-9477  กสิกรไทย

          ชื่อบัญชี     น.ส ณฐอร ฎาสุรินทร์

------------------------------------------------------------------------------

แจ้งโอนทางโทรศัพท์ 086-9123430 (ณฐอร )
  
   หรือแจ้งทางหน้า Page facebook

------------------------------------------------------------------------------
หลังโอนเงินกรุณาแจ้งดังนี้

      ยอดโอน + เวลาตามสลิป (พร้อมแจ้งชื่อ - ที่อยู่จัดส่งค่ะ)

   ------------------------------------------------------------------------------
                 http://widget.sanook.com/static_content/widget/full/graphic_1/2708/44708/dbc084c49d049b98aaff0003d5983041_1213007067.gif                 
ทางร้านมีสินค้าพร้อมส่งทุกวันค่ะ

สนใจสมุนไพรภูมิพนา ติดต่อ  086-9123430 (ณฐอร)




วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อาหารป้องกันโยโย่


 
กลับไปสู่หน้าแรก
HOME
 
ขายสมุนไพรภูมิพนาของแท้ 100% โทร 086-9123430 ณฐอร

 
 
    
http://www.thaihbshop.com/
 

 
 


หลายคนคงเข็ดขยาดการทานยาลดน้ำหนัก หรือกลัวไม่กล้าทานตั้งแต่ต้น เพราะกลัวคำว่า " โยโย่ " แต่ไอ้เจ้าโยโย่(Yo-Yo) นี้มันเป็นยังไง มีลักษณะเป็นแบบไหนกันแน่ อาการโยโย่เอฟเฟกต์  (Yo-Yo Effect) เกิดจากอะไร ทำไมถึงเป็น




1. การใช้ยาลดน้ำหนักที่ออกฤทธิ์กดประสาทความหิว

การอดอาหารคือสาเหตุสำคัญของการ โยโย่ เนื่องจากร่างกายมีการเผาผลาญมากขึ้นเนื่องจากยา แต่กลับทานอาหารน้อยลง ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและวิตามินสำคัญบางตัวที่ช่วยปกป้องระบบเผาผลาญเดิม เมื่อไม่มีตัวปกป้องนี้เหตุการณ์ที่ตามมาคือ ระบบเผาผลาญหายไป โดยที่เราไม่รู้ตัว ยกตัวอย่าง เช่น จากเดิมที่ร่างกายมี ระบบเผาผลาญอยู่ 2,000 Kcal ก็จะเหลือแค่ 1,200 Kcal แปลว่า เมื่อกลับไปทานอาหารเหมือนเดิมร่างกายจึงเผาผลาญได้ไม่หมด สะสมมากขึ้นทุกวันวันละ 800 Kcal จึงทำให้อ้วนง่ายขึ้น เพราะพลังงานเหลืออยู่นั้นเอง

 

2. ทานแต่ผัก ผลไม้มากเกินไป
 
คนทั่วไปร้อยละ 90 คิดว่า ทานผักผลไม้ทุกวันทุกมื้อสิดี จะได้ไม่อ้วน ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์ คนที่คิดแบบนี้ โยโย่ทุกคนขอบอก เพราะการทานแต่ผลและผลไม้จะทำให้เราเกิดอาการเก็บกด(ยกเว้นคนที่ทานเจทานมังฯ) อยากอาหารจุกจิก เนื่องจากในผลไม้มีน้ำตาลและแป้งอยู่มาก ทำให้หิวบ่าย การทานผักและผลไม้จึงไม่อยู่ท้อง ในผักและผลไม้ไม่มีหรือมีวิตามินสำคัญในการปกป้องระบบเผาผลาญน้อยมากหรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้ เหตุการณ์ที่ตามมากคือ ระบบเผาผลาญหายไป เหมือนข้อแรก

 

แล้วจะทำอย่างไรไม่ให้ โยโย่ เรื่องง่ายๆที่ใครๆก็ไม่รู้

ช่วงลดน้ำหนักสิ่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุดคือ โปรตีน เพราะในโปรตีนมีวิตามิน B และที่สำคัญที่สุดคือ B1  B6 และสาร แอล-คาโนซีน(L-carnosine) ที่มีมากที่สุดในอกไก่ วิตามินเหล่านี้จะช่วยปกป้องเหมือนเป็นทหารรักษาการประจำเซลล์เผาผลาญให้มันคงอยู่ไม่หายไป
ในขณะที่เราลดน้ำหนัก ตัวยาจะออกฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ทำให้เกิดอาการไม่พึ่งประสงค์และหยุดทานไปเพราะร่างกายรับไม่ไหว หากร่างกายขาดวิตามิน B จะมีผลต่อร่างกาย เช่น น้ำตาลในเลือดต่ำ อ่อนเพลียเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ริมฝีปากและลิ้นเป็นแผล ชาและเป็นตะคริว การมองเห็นจะไม่เป็นปกติ หัวใจจะเต้นไม่ปกติ จะมีอาการเกี่ยวกับระบบประสาท กระวนกระวาย ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ซึมเศร้าปัสสาวะมากกว่าปกติ ซึ่งคนส่วนมากจะคิดว่าเป็นผลมาจากยามีสารอันตราย ไม่ปลอดภัย น้อยคนนักที่จะรู้และเข้าใจว่าเกิดจากร่างกายที่ขาดวิตามิน จึงตัดสินใจเลิกทานก่อนที่จะเห็นผลที่ชัดเจน
ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักจึงควรเน้นอาหารประเภทโปรตีนที่มีวิตามิน B เพราะร่างกายคนเราจะไม่สะสมวิตามินประเภทนี้ไว้ในร่างกาย เหมือนวิตามินจำพวกอื่นๆ เช่น E , A , C ,D ยกเว้น B 12 ที่สามารถสะสมอยู่ในร่างกายได้เป็น 10 ปี โดยที่ไม่จำเป็นต้องทานเพิ่มเลย จึงควรรับประทานโปรตีนให้มากขึ้นในช่วงลดน้ำหนัก วิตามิน B มีหน้าที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และยังช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญอีกด้วย ดังนี้คนที่ทานโปรตีนมากในช่วงลดน้ำหนัก จึงมีผิวพรรณที่ไม่เหี่ยวย่นหรือหย่อนคล้อยสาเหตุที่ทำให้ดูแก่ก่อนวัย



นิยามควรจำ คาร์โบโฮเดรตทำให้หิวบ่อย โปรตีนทำให้อิ่มนาน

  

แหล่งวิตามิน B ที่สำคัญ


เนื้อสัตว์เป็นแหล่งของกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิด ที่ธัญพืชหรือผักบางชนิดไม่สามารถให้ได้

แต่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าขณะลดน้ำหนักควรงดหรือรับประทานเนื้อสัตว์หรือโปรตีนให้น้อยที่สุด
ซึ่งในระยะยาวไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพแน่ โดยเฉพาะการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ดังนั้นการรับประทานเนื้อสัตว์หรือโปรตีนจึงไม่ผิดต่อหลักการควบคุมน้ำหนักของคุณ
ข้อดี คือ ทำให้รู้สึกอิ่มและอยู่ท้องได้นาน ทำให้ลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามิน B1 (
ไธอะมิน) จะช่วยปกป้องระบบการเผาผลาญเดิมในร่างกายของคุณไม่ให้สูญหายหรือถูกทำลายไประหว่างการลดน้ำหนักฺจะพบมากใน ตับ ไก่ หมู เนื้อวัว นม ไข่ ปลาดุก ข้าว งา ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ส่วน วิตามิน B6 (ไพริด๊อกซิน) จะพบมากใน ตับ เครื่องใน นม ข้าว นม ไข่ กล้วย กะหล่ำปลี
เปิดเผยงานวิจัยหนึ่งที่ทดสอบการลดน้ำหนักของหญิงออสเตรเลียน 100 คนพบว่า หญิงที่รับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ไร้มันสามารถลดน้ำหนักได้ดีกว่าหญิงที่รับประทานอาหารเน้นแป้งมากกว่าเนื้อสัตว์ ทั้งนี้คนที่ควบคุมน้ำหนักจำเป็นต้องเลือกรับประทานเนื้อสัตว์และโปรตีนที่เหมาะสม ซึ่งวัยทำงานควรรับประทานเนื้อสัตว์และโปรตีนให้ได้วันละ 9 ช้อนกินข้าว ทั้งนี้อาจแบ่งสัดส่วนนี้รับประทานเต้าหู้ขาวหรือผลิตภัณฑ์จากนมพร่องมันเนยต่างๆ เช่น โยเกิร์ตพร่องไขมัน และถั่วด้วยก็ได้เพื่อร่างกายได้รับกรดอะมิโนและโปรตีนที่หลากหลาย


>>หมายเหตุ ** VDO นี้มีเนื้อหานอกเหนือไปจากบทความที่เขียนไว้ จึงควรดูเพิ่มเติม<<

VDO อ้างอิง จาก นพ. ตนุพล วิรุฬหการุญ
ประจำ รพ.กรุงเทพ ชำนาญพิเศษ : การชะลอวัยและแพทย์เฉพาะทางด้าน : Hormone and weight loss

ไปดูกันค่ะว่าท่านแนะนำว่าอย่างไรบ้าง
V
V
 V  


วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สรรพคุณสมุนไพรภูมิพนาและ 7 สัญญาญเตือนว่าคุณกำลังจะผอม

             

กลับไปสู่หน้าแรก

ขายสมุนไพรภูมิพนาของแท้ 100% โทร 086-9123430 ณฐอร

         
http://www.thaihbshop.com/


สรรพคุณของสมุนไพรภูมิพนา 

                         7 สัญญาญเตือนว่าคุณกำลังจะผอม
                   

                              (TOP SECRET ลับเฉพาะสมุนไพรภูมิพนา เท่านั้น)
                                       
1. สมุนไพรมีฤทธิ์ช่วยในการขับถ่าย

    ในบางราย (ส่วนน้อย) จะมีอาการถ่ายบ่อย บางราย (ส่วนมาก) ระบบขับถ่ายจะปกติดี

2. สมุนไพรมีฤทธิ์ขับน้ำออกจากร่างกาย ลดอาการบวมน้ำ (Edema)

    หมายถึง ภาวะที่มีสารน้ำขังอยู่ในช่องว่างระหว่างเซลล์ (Interstitial Tissue) จนเกิดอาการบวมให้เห็นทางภายนอก น้ำเหล่านี้จะ แทรกอยู่ระหว่างชั้นผิวหนังและไขมัน จึงทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้อย่างรวดเร็ว แต่มันก็จะทำให้น้ำลายแห้ง คอแห้ง ลิ้นแห้ง ชา รับรสได้น้อยลง วิธีนี้จะทำให้ร่างกายสั้งให้เราดื่มน้ำตลอดวัน เกิดเป็น

ข้อดี ในการชะล้างไขมันที่ร่างกายกำจัดออกมาและร่างกายจะตอบสนองต่อการดื่มน้ำที่มากขึ้น เริ่มชิน
กับการที่ร่างกายไม่ขาดน้ำ ร่างกายจึงไม่จำเป็นที่จะต้องกักเก็บน้ำไว้อีก ซึ่งสามารถลดบวมน้ำได้
อย่างเป็นระบบ

                                                            วิธีแก้ไขเมื่อมีอาการข้างเคียง

เมื่อร่างกายขับน้ำมาก ก็จะขับเอาเกลือแร่ออกมาด้วย อาจจะทำให้ร่างกายอ่อน
เพรียได้ง่าย หากมีอาการ
ดังกล่าวให้แก้ด้วยการเติมโพแตสเซียม (Potassium)
ให้แก่ร่างกาย
เช่น เครื่องดื่มเกลือแร่ (ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป) ทานกล้วย วันละ 1-2 ผล ทานน้ำลูกพรุน ดื่มน้ำเต้าหู้หวานน้อย วันละ 1-2 แก้ว เป็นต้น

3. สมุนไพรมีฤทธิ์ขับน้ำออกจากร่างกาย
    จึงทำให้ปัสสาวะมากในบางรายหรือปัสสาวะบ่อยในบางราย

4. สมุนไพมีฤทธิ์ ช่วยระบบย่อยอาหารให้ดีขึ้น เร่งระบบเผาผลาญ (Metabolism)
ร่างกายจะเร่งระบบเผาผลาญมากกว่าจากเดิม 2 - 3 เท่า ร่างกายจะย่อยและดูดซึมอาหารเร็วขึ้น ส่งผลให้ร่างกายมีความกระตือรือร้นมากขึ้นตามไปด้วย บางรายจะมีอาการนอนน้อย บางรายจะตื่นนอนเร็วขึ้น บางรายนอนเป็นปกติ

                           






วิธีแก้ไขเมื่อมีอาการอดนอน
กินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี (vitamin B)
และซี (vitamin c) เนื่องจากร่างกายไม่ได้เข้านอนตามเวลาที่เคยชิน "ต่อมไพเนียล" ซึ่งเป็นต่อมใต้สมองมีหน้าที่ทำให้ร่างกายนอนหลับ ก็จะปั่นป่วน ร่างกายจึงเกิดความเครียดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่
นอนไม่พอถึงอารมณ์ไม่ดี ต้องแก้ด้วยการทานวิตามินบี (vitamin B) และซี (vitamin c) ซึ่งในวิตามินบี (vitamin B) และซี (vitamin c) นั้นจะมีสารอาหารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "สารเซโรโทนิน"  (Serotonin) สารนี้สามารถทำให้สมองหายเครียดได้มาก อาหารที่ขอแนะนำคือข้าวกล้อง กินผักผลไม้ กินน้ำผลไม้คั้นสด น้ำส้มคั้นสด ๆ นมเปรี้ยว หรืออาจจะทานวิตามินบี 100 วันละ 1 เม็ด และกินวิตามินซี 1,000 ม.ก. 1 เม็ด หลังอาหารเช้าก็ได้ 

 
แต่วิธีที่ง่ายและดีที่สุด คือ การดื่มนมเปรี้ยว เย็นๆ สัก 1 กล่อง (เพราะในนมเปรี้ยว มีทั้ง วิตามินบี (vitamin B) และซี (vitamin c) แถมยังทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มและสดชื่นได้อีกด้วย


วิธีแก้ไขหลักจากการทานอาหาร (สำคัญมาก)
เมื่อร่างกายมีการเผาผลาญ (Metabolism) ที่มากขึ้น จึงต้องทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ (สำคัญมาก)
ทุกมื้อต้องทานให้อิ่มแต่ไม่ควรทานจนจุก ไม่ควรอดอาหารหรือทานอาหารน้อยเกินไป เพราะมันจะส่งผลให้คุณขาดสารอาหารได้โดยไม่รู้ตัว

 

 
5. สมุนไพรมีฤทธิ์ ช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
      วิธีนี้มีความสำคัญมาก เพราะเมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำหรือลงลด    ร่างกายจะสั่งให้ตับส่งพลังงานสำรองออกมาใช้ในรูปแบบของกลูโคส (Glucose) หรือที่เรียกว่า "ไกลโคเจน" มันจะเริ่มค้นหากลูโคล (Glucose) สำรองเก่า ๆ ที่สะสมไว้นานจนเกิดเป็นไขมันออกมาใช้งาน ช่วงเวลานี้ตับก็จะส่งอินซูลิน(Insulin) เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อไปดักจับน้ำตาลที่อยู่ในเลือด เมื่อเราทานสมุนไพรภูมิพนาทุกวัน ๆ ร่างกายก็จะดึงไขมันเก่าออกมาใช้งานเรื่อย ๆ ส่งผลให้ น้ำหนักตัว ใบหน้า เอว สะโพก แขน ขา เล็กลง จนถึงระดับที่เราพอใจ 
      ผู้ที่ทานสมุนไพรภูมิพนา ไม่ควรอดอาหารเป็นอย่างมาก เพราะถ้าร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำอยู่แล้ว ยังไม่มีอาหารดีๆที่มีประโยชน์ไปเติมเต็ม ให้เพียงพอต่อร่างกายก็จะมีโอกาสเกิดอาการ มึนงง หน้ามืด ใจสั่น มือเย็นชา เท้าเย็นชา ประสาทการรับรู้เชื่องช้าลงได้ ยกตัวอย่างเช่น คนงานก่อสร้างที่ต้องทำงานออกแรงมากกลางแดดจัด แต่ไม่ได้ทานอาหารอะไรเลยเกือบทั้งวัน แถมกลางคืนยังนอนน้อยเพราะดื่มแอลกอฮอร์จนดึกดื่น ระดับน้ำตาลในเลือดอาจจะต่ำลงในช่วงสายๆ เริ่มมีอาการมึนงง พอเที่ยงก็ไม่ได้ทานอาหารอะไรอีกหรือทานไปน้อยมาก ช่วงบ่ายที่แดดร้อนจัด ๆ ร่างกายอาจเกิดอาการใจสั่น หน้ามึนและเป็นลมได้ (เหมือนที่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์) เพราะน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติมาก
        ดังนั้นผู้ที่ทานสมุนไพรภูมิพนา จึงควรรับประทานอาหารถูกต้องและไม่ควรอดอาหาร (เน้นอาหารตาม ข้อ4) ก็จะไม่เกิดอาการอย่างที่กล่าวมาอย่างแน่นอน 
 
วิธีแก้ไขหากมีอาการข้างเคียงเป็นฉับพลัน หากเกิดอาการดังกล่าวให้หานมเปรี้ยวดื่ม ทันที!!


6. สมุนไพรส่วนมากมีฤทธิ์ ขับลม ขับแก๊ส ออกจากลำไส้และกระเพาะอาหาร
     จึงทำให้หน้าท้องแบน ยุบลง อย่างเห็นได้ชัด ในเวลาเพียง 3-4 วัน ลดอาการอืดอัด แน่นท้องและเอวมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด บางรายมีอาการผายลม บางรายมีอาการเรอ บางรายไม่มีอาการอะไรเลย ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล

7.สมุนไพรภูมิพนามีส่วนผสมของกระเทียม
   บวกกับอาการน้ำลายแห้ง (ข้อ2) จึงอาจทำให้มีกลิ่นปาก
 
วิธีแก้ไขหากมีอาการข้างเคียง แนะนำให้พกหมากฝรั่งและลูกอมดับกลิ่นปาก ที่มีส่วนผสมของไซลิทอล หรือแบบ Sugar Free (สารแทนน้ำตาล มัลติตอล แอปปาแตม) เพราะทานแล้วไม่อ้วน ร่างกายไม่ดูดซึม ไม่เปลี่ยนเป็นไขมันเหมือนน้ำตาล

ใครบ้างที่มักมีอาการและทำไมบางคนไม่มีอาการ
มาศึกษากัน
  
 

ผู้ทานสมุนไพรภูมิพนาที่มักมีผลข้างเคียง คือ

  1. ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดปกติ คือ อยู่ที่ระดับ 72 - 100 mg/dL

     ซึ่งเมื่อทานสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำเลือดเข้าให้  จึงเกิดอาการที่เรียกว่า Hypoglycemia คือ น้ำตาลต่ำกว่า 70 mg/dL

ซึ่งจะมีอาการ 2 ระดับ คือ
        1. ระดับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำระดับไม่รุนแรง Mild hypoglycemia คือ จะมีอาการ ข้างเคียงบ้างเล็กน้อย
        2.ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำระดับปานกลาง Moderate hypoglycemia หมายถึง ภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดต่ำ มีอาการออโตโนมิค (Autonomic) แต่ไม่ถึงขั้นอันตรายรุนแรง อาการทางออโตโนมิ (Autonomic) ได้แก่ อาการใจสั่น ตัวสั่น หัวใจเต้นเร็ว ตัวเย็น มือสั่น คลื่นไส้ เหงื่อออก ชา รู้สึกหิว
 
>>>>>หากเกิดอาการดังกล่าวให้หานมเปรี้ยวดื่ม ทันที<<<<<< 



 
ผู้ทานสมุนไพรภูมิพนาที่มักไม่มีผลข้างเคียง คือ
 
 1. ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ 100 ถึง 125 mg/dL

     ซึ่งบุคคลดังกล่าวอาจมีการผลิต อินซูลิน (Insulin) จากตับอ่อนน้อยกว่าปกติรวมด้วย หรือที่เรียกว่า Hyperglycemia หรือ ภาวะใกล้จะเป็นเบาหวาน (Prediabetes) ได้แก่ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินพิกัด มีไขมันสะสมในพุง , ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง เนื่องจากวิธีรับประทานอาหาร , ผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากวิธีรับประทานอาหาร เสพติดรสหวาน หรือพันธุกรรม หรือที่เรียกว่า "ภาวะเมตาโบลิก ซินโรม"     ( metabolic syndrome) ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน (Insulin) ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูง
เมื่อทานสมุนไพรภูมิพนาเข้าไปในร่างกาย สมุนไพรจะช่วยลงระดับน้ำตาลในเลือด ให้กลับมาสู่ภาวะปกติ และทำให้ตับอ่อนผลิต อินซูลิน (Insulin) ได้ดีขึ้น




        สรุป เรื่องราวที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ ถ้วนเป็นความจริงที่อาจเกิดขึ้นได้เฉพาะรายบุคคล ซึ่งแต่ละคนมีอาการมากน้อยแตกต่างกันออกไป แล้วแต่สภาพร่างกาย บางคนอาจมีอาการเพียง 1-2 ข้อ         บางคน 5 ข้อ และอาจมีบางคนที่เป็นครบทั้ง 7 ข้อ ที่กล่าวมา จึงขอแนะนำท่านที่ต้องการลดน้ำหนักด้วย สมุนไพรไทย สกัดจากธรรมชาติ 100% ปลอดภัย   ไร้สารเคมี การันตีจากผู้ใช้งานจริงจำนวนมาก ทั่วประเทศไทย และยังบินไกลไปถึงต่างประเทศ อย่าง"สมุนไพรภูมิพนา" ท่านควรให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ด้านการลดน้ำหนักที่ให้ผลลับอย่างชัดเจน แน่นอน ลดจริง ผอมจริง   อย่างที่ปราถนา เป็นเจ้าของรูปร่างที่ดี ไม่มีไขมันส่วนเกิน เหมือนดารา นางแบบ ต้องใช้ความความอดทน ความเข้าใจในวิธีการทำงานของสมุนไพร เพียง 1 เดือน วันละ 1-2 แคปซูล ท่านก็สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างๆ 
 
หากอย่างผอม อย่างสวย อย่างหุ่นดี เป๊ะเวอร์ แบบไม่ต้องแอบเห็น แอบอิจฉา คนที่หุ่นดีกว่า เลือก"สมุนไพรภูมิพนา"  คุ้มค่า ราคาถูก ของดีแบบไทยๆ ของใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม จะลดน้ำหนักทั้งที่ ให้ได้ผลดี ต้องมีความตั้งใจที่แน่วแน่ ไม่ท้อแท้ ถอยหลังหนีต่ออุปสรรคใดๆ แล้วจะรู้ว่าสิ่งที่ทำย่อมคุ้มค่าแก่การรอคอยความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั้น
แน่นอน
 
 
  
 
 
 

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ส่วนประกอบสำคัญในสมุนไพรภูมิพนา


กลับไปสู่หน้าแรก
HOME

ขายสมุนไพรภูมิพนาของแท้ 100% โทร 086-9123430 ณฐอร

 
 
http://www.thaihbshop.com/


ส่วนประกอบในสมุนไพรภูมิพนา

ผลส้มแขก  ช่วยระบายและป้องกันการเปลี่ยแป้งให้เป็นไขมัน ป้องกันการเกิดไขมันใหม่

ในผลส้มแขก มีสารสำคัญตัวหนึ่งที่เรียกว่า HCA

ได้จากการนำเอาผลส้มแขกมาสกัดมีความสามารถ

ในการยับยั้งการนำแป้งไปเผาผลาญ เมื่อร่างกาย

ต้องการพลังงานก็จะดึงเอาพลังงานแหล่งที่สอง

ซึ่งก็คือ ไขมันออกมาใช้ สารสกัดส้มแขกจะเริ่มทำ

งานเมื่อน้ำตาลเปลี่ยนเป็นไขมันในร่างกาย ซึ่งจะไปกำจัดสารที่เรียกว่า ATP Citrate Lyase ที่มีหน้าที่

ในการขัดขวางการเรียงตัวของกรดไขมัน(Fatty acid) และลดการย่อยสลายของกลูโคส

เมื่อประมาณ 25 ปี มาแล้ว นักวิทยาศาสตร์ Brandeis ได้ค้นพบ HCA ในส้มแขก สามารถยับยั้งการทำ

งานเอ็นไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์กรดไขมัน(Fatty acid) และ โคเลสเตอรอลได้ เมื่อประกาศ 

การค้นพบนักวิทยาศาสตร์อื่น ๆหลายคนก็เริ่มสนใจ HCA ในแง่การลดไขมันและโคเลสเตอรอล

จากจุดนี้เองที่ทำให้มีการศึกษาอย่างจริงจังและพบว่า HCA ไม่ใช่กรดผลไม้ทั่วไป แต่มีคุณสมบัติที่ช่วย

ยับยั้งไม่ให้ร่างกายของคนเราเปลี่ยนแป้งจากอาหารไปเป็นไขมันได้ ในภาวะ ปกติ เมื่อรับประทาน

อาหารจำพวกอาหารคาร์โบฮเดรตเข้าไปก็จะถูกย่อยสลายกลายเป็นกลูโคส ซึ่งหากร่างกายได้รับ

อาหารประเภทนี้มากเกินไป กลูโคสที่เหลือก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน ไขมันที่เกิดขึ้นก็จะถูกเก็บสะสมไว้

ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งหากรับประทาน HCA เข้าไป  แทนที่  กลูโคสจะเปลี่ยนเป็นไขมัน 

ก็กลับเปลี่ยนไปเป็น ไกลโคเจน  แทนสะสมไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อ จึงช่วยลดไขมันในเลือดและ

โคเลสเตอรอลได้ 
 
 
ใบมะขามแขก  ช่วยการขับถ่าย ขับน้ำและปัสสาวะ ลดอาการบวมน้ำใบมะขามแขก 
ช่วยการขับถ่าย ขับน้ำและปัสสาวะ ลดอาการบวมน้ำ

มะขามแขก มีประวัติการนำมาใช้เป็นยาระบายมา


นานเกือบ 100 ปี  ในใบมะขามแขก มีสารที่ชื่อ

"แอนทราควิโนน" ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของ


ลำไส้ใหญ่ ทำให้ถ่ายท้องได้ ตามตำราแพทย์แผน

จีน ใบมะขามแขก มีรสขมเล็กน้อย มีฤทธิ์ขับความ

ร้อน ช่วยให้ถ่ายและขับปัสสาวะ สรรพคุณรักษาอาการท้องผูกและปวดหลัง ลดอาการบวมน้ำ


ดอกคำฝอย  ช่วยลดระดับไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิตสูง

ตามตำรับยาไทยโบราณ ระบุว่า ดอกคำฝอย

ใช้เป็นส่วนผสมยาบำรุงโลหิตหรือแก้โลหิตเป็นพิษ

ขับเหงื่อ กันมาแต่โบราณ ในขณะที่

นักวิทยาศาสตร์ได้พบว่าดอกคำฝอยมี

กรดไลโนลิคแอซิด อยู่มากและสามารถช่วยลด

ไขมันในโลหิตได้เป็นอย่างดี นอกจากสรรพคุณลดไขมันในหลอดเลือดหัวใจแล้ว ดอกคำฝอย ยังช่วย

ฟอกเลือดได้อีกด้วย ในตำราจีน ระบุว่า มีรสเผ็ด อุ่น เข้าเส้นหัวใจ ตับ (หมายถึงเส้นลมปราณที่ควบคุม

โดยอวัยวะภายใน) คุณสมบัติ ช่วยให้เลือดหมุนเวียน ช่วยให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น ปรับสมานเลือด (ปรับ

เลือดกับฉี่หรือลมปราณให้สมดุลกัน)

 

ยาดำ  สกัดได้จากยางเปลือกว่านหาจระเข้ 
ช่วยการขับถ่าย ขับน้ำดีจากตับเพื่อใช้ในการย่อยไขมัน ให้มีประสิทธิ์มากขึ้น

การทำยาดำจะเลือกเอาสายพันธุ์ที่มีลำต้นใหญ่


มีอายุตั้งแต่ 9 เดือนขึ้นไป ได้จากการตัดโคนใบ

จะมีน้ำยางสีเหลืองที่อยู่ระหว่างผิวนอกของใบกับ

วุ้นไหลออกมา รวบรวมน้ำยางใส่ภาชนะ นำน้ำยาง

สีเหลืองที่รวบรวมได้ไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ในตำรา

ยาไทยก่อนจะนำยาดำไปใช้จะต้องนำไปสะตุก่อนเพื่อลดฤทธิ์ให้อ่อนลงจะแข็งกลายเป็นก้อนสีดำ ยาดำ

เป็นของแข็ง สีแดงน้ำตาล จนถึงดำ เปราะ ผิวมัน ทึบแสง กลิ่นและรสขม ชวนคลื่นไส้ อาเจียน รสขม

เหม็นเบื่อ แก้โรคท้องผูก โดยกระตุ้นลำไส้และทางเดินอาหารให้บีบตัว ใช้เป็นยาแทรกในยาระบาย

หลายตำรับ จนกระทั่งมีคำพังเพยว่า “แทรกเป็นยาดำ” หมายถึงแทรกหรือปนอยู่ทั่วไป เป็นยาถ่าย ถ่าย

ลมเบื้องสูงลงสู่เบื้องต่ำ กัดฟอกเสมหะและโลหิต มีสารกลุ่มแอนทราควิโนน G-glycoside ที่มีชื่อว่า

barbaloin (Aloe-emodin anthrone C-10 glycoside)



ใบชุมเห็ดเทศ  ช่วยการขับถ่าย ขับปัสสาวะ

ใบชุมเห็ดเทศมีสารแอนทราควิโนน

(anthraquinone) ช่วยขับถ่าย และขับปัสสาวะ

มีสารแทนนินที่ช่วยสมานธาตุในตัวทำให้

รู้ปิดรู้เปิดเองแม้จะให้ใช้ในปริมาณที่สูงก็ไม่เป็น

อันตรายต่อร่างกาย   

กระเทียม  ช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมัน
ในเส้นเลือด ลดความดันโลหิตสูง ช่วยลด
แบคทีเรียร้ายทำลายแบคทีเรียดีในลำไส้ 
ช่วยขับน้ำขับเหงื่อและปัสสาวะ ช่วยระบบ
การย่อยอาหารให้ดีขึ้น มีสารอัลลิสไทอะมิน
สารชักนำ วิตามิน B1 ให้สู่ร่างกายได้ดี
ขึ้น 20 เท่า

กระเทียม เป็นเครื่องเทศและพืชสมุนไพรเก่าแก่


ที่รู้จักมานานมากกว่า 6,000 ปี มีคุณประโยชน์

มากมาย นอกจากนี้ยังมีไฟโตนิวเทรียนท์

หลายชนิด ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฟโตนิวเทรียนท์ในกลุ่มออร์แกโนซัลเฟอร์

(Organosulfur) ได้แก่ สารอัลลิซิน (Allicin) ที่เป็นองค์ประกอบหลักของไฟโตนิวเทรียนท์ ที่ให้กลิ่น

เฉพาะตัวกระเทียมสามารถลดระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด เนื่องจากสารเอส-อัลลิล-แอล-ซีสเทอีน ใน

กระเทียมจะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน จากตับอ่อนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการ

ควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดได้ดียิ่งขึ้น สารอัลลิซินในกระเทียมช่วยยับยั้งกระบวนการสร้าง

น้ำตาลกลูโคสจากตับ ส่งผลให้การเพิ่มระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดลดลง มีสารอัลลิสไทอะมิน ช่วย

ระบบการย่อยอาหารให้ดีขึ้น สารนี้จะชักนำ วิตามิน B1 ให้สู่ร่างกายได้ดีขึ้น 20 เท่า


พริกไทยดำ  ช่วยเร่งระบบเผาผราญ ลดไขมันในเส้นเลือด ขับลมในกระเพาะและลำไส้
ประโยชน์ของพริกไทยดำ จากวารสาร

“เกษตรกรรมและเคมีอาหาร” ของสหรัฐอเมริกา

นักวิจัยได้ค้นพบว่า พริกไทยดำมีสรรพคุณต่อต้าน

ความอ้วน เนื่องจากมีสารไปเปอรีน ที่มีกลิ่นฉุนและ

มีรสชาติเผ็ดร้อน ที่สามารถขัดขวางไม่ให้เซลล์ไขมันใหม่ก่อตัวขึ้นได้ และ นักวิจัยของมูลนิธิวิจัย

แห่งชาติเกาหลี กล่าวว่า พริกไทยดำ ใช้เป็นสมุนไพรในการแพทย์แผนโบราณตะวันออกมาหลาย

สิบปีแล้ว นักวิทยาศาสตร์ พยายามค้นคว้าหาความรู้ในสรรพคุณทางการต่อต้านความอ้วน ในห้อง

ทดลอง และแบบจำลองคอมพิวเตอร์ พบว่า มันออกฤทธิ์กับยีนซึ่งควบคุมการก่อตัวของเซลล์ไขมัน

ใหม่ ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ระหว่างการเผาผลาญอาหารขึ้น ยังผลให้สกัดไขมันไว้ได้ พวกเขา

เชื่อว่าผลการค้นพบคงจะทำให้ มีการนำสารสกัดจากพริกไทยดำมาใช้ในการต่อสู้กับโรคอ้วน


โกฐน้ำเต้า  ช่วยการขับถ่าย ขับน้ำและปัสสาวะ ขับของเสียตกค้าง ขับแก๊สและลมในกระเพาะและลำไส้

โกฐน้ำเต้าเป็นรากและเหง้าแห้งของพืชในสกุล

Rheum มีอยู่สามชนิด คือ R. officinale,

R.palmatum และ R. tanguticum โกฐน้ำเต้าที่

ใช้ในเมืองไทยส่วนใหญ่นำเข้ามาจากจีน

มีลักษณะเป็นก้อนรูปกึ่งทรงกระบอก ผิวนอกสีน้ำตาลอมเหลือง หรืออมแดง เนื้อในแน่น

โกฐน้ำเต้าหรือ Radix et RhizomaRhei เป็นเครื่องยาที่ได้รับการรับรองใน ตำรายาแห่งสาธารณรัฐ

ประชาชนจีน ปี 2000 ถือว่าเป็นสมุนไพรที่มีความสำคัญ 1 ใน 4 ของชาวจีน ช่วยดีทอกซ์ลำไส้ใหญ่

ลดไขมันในเส้นเลือด เพิ่มการขับไขมันที่เป็นอันตราย (LDL) แต่จะเพิ่มไขมันชนิดที่ดี (HDL)

ตำรายาไทยกล่าวว่าโกฐน้ำเต้าเป็นยาระบายที่รู้เปิดรู้ปิด คือช่วยปรับธาตุคุมธาตุหลังระบาย

สำหรับการใช้รักษาโรคอ้วน จากคนไข้ 5,000 คน พบว่าได้ผลดีถึง 93% ซึ่งนับว่าได้ผลในระดับดีมาก

โดยเฉพาะผู้ที่มีความตั้งใจมาก ร่วมกับการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายจะได้ผลที่ดียิ่งขึ้น

ในประเทศจีนมีผู้ผู้ลดน้ำหนักได้มากจนได้จดบันทึกในกินเนสส์บุ๊ก ตัวอย่างผู้ทดลอง Lian Li

อายุ 26 ปี น้ำหนัก 157.5 กิโลกรัม  ลด 30 กิโลกรัม ในเวลา 3 เดือน  YuZhi-yain อายุ 15 ปี

น้ำหนัก 117.5 กิโลกรัม ลด 24 กิโลกรัม ใน 88 วัน



ตะไคร้  ขับแก๊สและลมในกระเพาะและลำไส  ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง ขับน้ำดีจากตับเพื่อใช้ในการย่อย  ไขมันให้มีประสิทธิ์มากขึ้น ช่วยลดความดันสูง ขับเหงื่อ
ตะไคร้อยู่คู่กับครัวของไทยเรามาตั้งแต่โบราณ

สรรพคุณทางยาเช่น บำรุงธาตุ แก้โรคทางเดิน

ปัสสาวะ ขับลมในลำไส้ทำให้เจริญอาหาร ช่วยลด

ความดันสูง บำรุงไฟธาตุ ท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นยา

แก้ขับลม และขับเหงื่อ ตะไคร้มีสาร borneol ,

fenchone , และ cineole ช่วยในการขับน้ำดีมาช่วย

ย่อย สารเคมีในน้ำมันหอมระเหยของตะไคร้ มี menthol, camphor

และ linalool ช่วยขับลมจึงลดอาการแน่นจุกเสียด




                    http://widget.sanook.com/static_content/widget/full/graphic_1/2708/44708/dbc084c49d049b98aaff0003d5983041_1213007067.gif
                 ทางร้านมีสินค้าพร้อมส่งทุกวันค่ะ


สนใจสมุนไพรภูมิพนา ติดต่อ  086-9123430 (ณฐอร)



LINK Fanpage :

 

Bloger :